หมดห่วงสารพัดเรื่องประกันสุขภาพลูก

  • 16 December 2018
หมดห่วงสารพัดเรื่องประกันสุขภาพลูก

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านที่มีความสนใจอยากจะทำประกันสุขภาพให้ลูกรัก กลัวเวลาลูกป่วยป่วย เข้าโรงพยาบาลจะไม่เงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล กังวลต่าง ๆ นานา กังวลว่าจะทำอย่างไรที่คิดว่าเราเลือกดีที่สุดให้ลูกแล้ว กลัวคนรอบข้างตำหนิได้ จะเอาอะไรมาวัดความคุ้มกับเงินทองที่หาแสนยากเพื่อจะซื้อประกันสักฉบับ แล้วที่ได้ล่ะ จะให้ได้บริการที่ดีที่สุด ต้องเปรียบเทียบหลายที่ จนแล้วจนรอดก็เลือกไม่ได้สักที ไป ๆ มา ๆ เจ็บป่วยเสียก่อน ทำให้ประวัติเสีย บริษัทประกันไม่รับประกัน เพราะมั่วแต่เสียเวลากับการตัดสินใจมาดูไอเดียในการเลือกประกันสุขภาพกันครับเพื่อให้มีหลักคิดในการตัดสินใจ

1. ศึกษาแบบประกันว่าคุ้มครองและไม่คุ้มครองอะไรบ้าง สามารถครอบคลุมทันทีหรือต้องรอให้อยู่ในช่วงใดที่เรียกว่าระยะเวลารอคอย

2. การทำประกันสุขภาพที่มีประกันแบบผู้ป่วยนอก OPD จะมีประโยชน์กว่า เพราะตามหลักจิตวิทยา คนเราส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากนอนโรงพยาบาล ให้มองเผื่อไว้ก็ดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องรับข้อเสียที่ค่าเบี้ยแพง และอาจต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มอีกหากวงเงิน OPD มีน้อยกว่าค่ารักษาที่โรงพยาบาลเรียก

3. ตรวจสอบโรงพยาบาลที่เข้าร่วมแบบไม่ต้องสำรองจ่ายเงินสด เผื่อไว้กรณีฉุกเฉินเงินขาดมือเมื่อป่วยจะได้มีตัวช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ ยิ่งมีรายชื่อโรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการด้วยมาก ก็หมายความว่าคุณจะมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น

4. ตรวจสอบเวลาการทำงานของฝ่ายพิจารณาสินไหมของบริษัทประกัน ควรสอบถามเวลาการทำงานของแผนกพิจารณาสินไหม เพราะบางแห่งถ้าเราเข้าโรงพยาบาลแล้วจำเป็นต้องออกจากโรงพยาบาลตอนเย็น ๆ ค่ำ ๆ บริษัทปิดรับ Fax Cliam ไปแล้วต้องรอวันทำการวันถัดไป กรณีนี้ลูกค้าต้องสำรองเงินก่อน ทำให้เสียโอกาสไป เสียเวลา

5. ควรศึกษาตารางผลประโยชน์ให้ดีว่าซื้อค่าห้องเท่านี้ องค์ประกอบภายในได้เท่าไร ค่าหมอ ค่าผ่าตัด ค่าใช้จ่ายทั่วไป ว่าพอดีกับยุคเศรษฐกิจและความต้องการในปัจจุบันหรือไม่ ปัจจุบันค่าใช้จ่ายค่าห้องของโรงพยาบาลสูงมากบางโรงพยาบาลเป็นหลักหมื่นต่อวัน ให้เปรียบเทียบบริษัทประกันที่สามารถซื้อได้เผื่อถึงจุดนี้ เพราะต่อไปในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องค่าห้อง จะได้อุ่นใจได้ว่าบริษัทประกันสามารถรองรับได้

6. อย่าลืมศึกษาสอบถามตัวแทนว่าถ้าต้องสำรองจ่ายไปแล้ว บริษัทจ่ายคืนเร็วหรือเปล่า ภายในกี่วัน

7. สิ่งสำคัญนอกจากรู้จักตัวแบบประกันสุขภาพแล้วอย่างลืมดูฐานะการเงินของบริษัทประกัน และดูบุคลิกภาพตัวแทนตลอดจนความรู้ความสามารถว่าจะสามารถบริการได้หรือเปล่า

เพียงเท่านี้คุณพ่อคุณแม่ก็จะอุ่นใจได้ว่า สิ่งที่คุณตัดสินใจทำประกันให้ลูกแล้ว คุ้มค่าจริงๆ …

ที่มา : health2click.com

Tags :